ถ้าหากมีเวลาว่าง อยากรับดูภาพยนตร์สักเรื่องเพื่อความบันเทิง

หากมีเวลาว่าง ต้องการรับชมภาพยนตร์สักเรื่องเพื่อความเพลิดเพลิน มีหลายตัวเลือก การไปชมที่โรงหนัง เป็นตัวเลือกที่เยี่ยมที่สุดสำหรับการดูหนังใหม่ ไม่ต้องรอแผ่น ไม่ต้องรอดูออนไลน์ ได้บรรยากาศกับจอใหญ่ แต่ถ้ามองแบบไม่มีค่าใช้จ่ายก็ต้องหาภาพยนตร์ที่ลาโรงนานแล้ว ในยูทูป มีภาพยนตร์อยู่ไม่น้อย สามารถเปิดดูได้ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนแบบออนไลน์ การดูภาพยนตร์ในตอนนี้ก็มีหลายทางเลือ ก เช่น ดูในโรงหนัง ดูทีวีดิจิตอล ดูทีวีดาวเทียม ทาง PPTV, MONO, M Channel หรือดูแบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่มีทั้งดูฟรีผ่านเว็บที่ให้บริการ และก็มองได้เฉพาะสมาชิก

การดูแบบออนไลน์แบบทุกเดือนที่ให้บริการเฉพาะในกลุ่มสมาชิก เหมาะสมกับผู้รับบริการที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือสมาร์ทโฟนที่ซื้อบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไว้แล้ว จำพวกของสมาชิกดูหนังออนไลน์มีหลายแบบ อาทิ หนึ่งบัญชีสมาชิกดูได้หลายเครื่อง ดูได้เพียงแต่เครื่องเดียว มองแบบความละเอียดสูงสุด หรือดูความละเอียดแบบมาตรฐาน ผู้ให้บริการในขณะนี้ก็มีหลายค่าย แต่ว่าที่นิยมเป็นNetFlix, Primetime และก็ IFlix ภาพยนตร์ที่นำมาให้สมาชิกได้ชมมีทั้งหนังได้รับความนิยม หนังใหม่ และก็ซีรี่ ค่าบริการก็มีหลายอัตราเริ่มตั้งแต่เดือนละ 100 บาท ไปถึงหลายร้อยบาท

ปี 2559 ค่าย NetFlix ได้ทำการตลาดกับประเทศไทย โดยเพิ่มพากษ์ไทย รวมทั้งซึมซับไตเติ้ลภาษาไทยเข้าไป ทำให้ภาพยนตร์หลายชิ้นใน NetFlix สามารถรับดูเป็นภาษาไทยได้แล้ว ลักษณะเด่นของ Netflixเป็นมีภาพยนตร์ หรือซีปรี่ที่ฉายเฉพาะใน NetFlix เพียงแค่นั้น การเป็นพวกก็มีหลากหลายชนิดให้เลือก ภาพยนตร์บางเรื่องจะไม่ฉายในโรง แต่ว่าดูได้เฉพาะสมาชิกของ NetFlix สำหรับท่านที่มีเวลาว่าง และชื่นชมการดูภาพยนตร์วันละหลายเรื่อง ค่าสมาชิก 350 บาทต่อเดือนก็จัดว่าไม่แพงเลย เคยได้เห็นเพื่อนในเน็ตพูดว่าลงทะเบียนสมัครสมาชิกแบบร่วมหาร สมัครบัญชีเดียว แต่แบ่งกันดู ก็เป็นโอกาสที่น่าสนใจไม่น้อย…

แต่เพราะเหตุใดจำต้องดูหนัง เมื่อเครียดที่สุดช่วยได้จริงหรือ? จำต้องดูหนังเพียงแค่นั้นใช่ไหม? ดูหนังแนวไหน? หรืออื่นๆที่อาจเริ่มต้นสงสัยขึ้นมา สรุปว่าเล่าที่มาที่ไปก่อน

แต่เพราะเหตุไรจำต้องดูหนัง เมื่อเครียดที่สุดช่วยได้จริงหรือ? ต้องดูหนังแค่นั้นใช่ไหม? ดูหนังแนวไหน? หรืออื่นๆที่อาจเริ่มสงสัยขึ้นมา สรุปว่าเล่าแหล่งที่มาก่อน

ก่อนที่ผมจะศึกษาหรือสนใจในเรื่องจิตวิเคราะห์ ทัศนคติ เป็นจริงเป็นจัง ผมก็เป็นเพียงแค่คนหนึ่งที่ช่างสังเกต และก็เป็นผู้ที่มีความเครียด (หนักๆ) อยู่เช่นเดียวกัน แม้จะน้อยครั้ง แม้กระนั้นนิสัยที่ไม่ค่อยปรึกษาคนใดกันแน่ ชอบแอบคิดหาทางออกคนเดียวบ่อยๆจนบางทีมันใช้เวลายาวนานหลายวัน ถือว่าทำให้สุขภาพด้านจิตแย่ไปตอนหนึ่งได้ กระทั่งวันหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของเรื่อยเปื่อยอยู่ในห้างฯ แต่ในหัวก็กำลังครุ่นคิดพิจารณา เครียดกับปัญหาที่ยังคิดไม่ตก ก็ได้ผ่านหน้าโรงหนังแห่งหนึ่ง กำเนิดอะไรดลใจบางสิ่งบางอย่างให้ซื้อตั๋วหนังเข้าไปดูผู้เดียวด้วยอารมณ์ไม่ชัดแจ้งๆกับตัวเอง

หนังหัวข้อนั้นมิได้ให้คำตอบอะไรกับสิ่งที่กำลังคิด หรือเครียดอยู่(จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร) แต่ว่ามันเปลี่ยนเป็นว่าพอหนังจบ ทุกๆอย่างดูเบาลง เท่าที่นึกออกเวลานี้เหมือนจะปล่อยวางบางอย่างลงไป รู้สึกค้นพบทางออกโดยบังเอิญ จากวันนั้นเมื่อใดรู้สึกเครียด จึงใช้แนวทางแบบนี้เรื่อยๆมา หรือคิดอะไรไม่ออก ก็หยุดหาหนังมอง แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมอาจต่างกันเป็น เวลาดูหนัง จำนวนมากจะเป็นคนค่อนข้างจะตั้งมั่นดู และชอบหยุดพึงพอใจเรื่องอื่นๆไปเลย แล้วพึงพอใจ (Focus) แม้กระนั้นหนังที่ดูนั้น

เมื่อเครียดที่สุด เพราะเหตุใดจำเป็นต้องดูหนัง?

ถ้าเกิดดูแบบรู้เรื่องเดี๋ยวนี้ มันก็ไม่ต่างกับการคิดแบบง่ายๆโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคอะไรเลยคือ การที่พวกเราได้หยุดจากใดๆก็ตาม มันก็ราวกับการได้พัก เมื่อได้พักมันก็จะเกิดแรงที่ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่เว้นแม้แต่สมอง ความคิด จิตใจ ดังต่อไปนี้จะบอกว่าไม่จำเป็นต้องเป็นการดูหนังก็ได้ เพียงการดูหนังมันมีเนื้อหาจุดเด่นอยู่ (เว้นเสียแต่ ว่าเป็นคนรังเกียจดูหนัง) อย่างเช่น ถ้าหากเทียบกับการฟังเพลง การฟังเพลงนั้นใช้เพียงแค่ประสาทหู ยิ่งเพลงที่ฟังบ่อยๆเราอาจคุ้นชินจนไม่ได้ฟังมันจริงๆโน่นย่อมได้โอกาสให้ความคิดวนกลับไปเรื่องเดิมๆหรือเพลงบางเพลง มีเนื้อหาไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น ยกตัวอย่างคนกำลังเครียดเพราะว่าอกหัก ยิ่งฟังเพลงอกหัก ก็ยิ่งตอกตัวเองให้จมไปในที่เดิมเป็นต้น แต่กับหนังหรือภาพยนตร์เราใช้ทั้งตาดู หูฟัง ร่างกายได้พัก สิ่งแวดล้อมย่อมจำต้องอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ไม่มีอะไรรบกวน แล้วก็ยิ่งเป็นหนังที่คิดติดตามไปกับเรื่องทำให้พวกเราลืมเรื่องอื่นๆไปได้ชั่วคราวอย่างดีเยี่ยม

ความลับคือการ “หยุด”

ยิ่งกว่านั้นในเวลาเครียด คนไม่ใช่น้อยอาจมีความรู้สึกว่าหาหนังเบาๆเฮฮาๆดูทำให้หายเครียดได้ ซึ่งถ้าเกิดเป็นความเครียดแบบธรรมดา ที่น่าจะเรียกว่า เหนื่อยมากกว่าเครียด มันจะเป็นการบรรเทาได้ตามที่ต้องการ แต่ว่า ถ้าหากเครียดแบบในที่นี้ที่เครียดที่สุด แบบต้องการทางออกหรือคิดไม่ออกนั้น น่าจะหาหนังที่มีเรื่องราว จะดราม่า เสี่ยงอันตราย สยองขวัญ ตื่นเต้น บู๊ ก็ได้หมด หนังเบาๆตลกๆก็ไม่คือปัญหาหากไม่ใช่แค่ตลกขบขันไม่มีประโยชน์ หัวข้อเป็น “ต้องมีเรื่องชวนติดตาม” เพราะว่านี่มันจะก่อให้พวกเราไปพอใจ “เรื่องอื่น” ครู่หนึ่งได้อย่างแท้จริง นั่นเป็นจุดเด่นหลักของหนัง แต่ว่าสิ่งจำเป็นอีกประการที่ต้องประกอบกันเป็นอย่างมากคือ จำต้องหยุดและก็จดจ่อไปที่หนังให้ได้ หรือถ้าใช้วิธีอื่นโดยไม่ใช่การดูหนังก็จำต้องพึ่งสิ่งนี้เช่นเดียวกัน คือ หยุดไปสนใจสิ่งที่ทำเวลานี้แทนก่อน

อาจมีคนที่มีความรู้สึกว่า “ยิ่งมอง ยิ่งเครียด.. หนังอะไรไม่รู้จักมองไม่รู้เรื่อง.. หากเจอหนังห่วยแตกๆจะทำเช่นไร..” สิ่งกลุ่มนี้ต้นสายปลายเหตุแท้จริงมันจะมาจากการที่พวกเรา หยุดไม่ได้ ต่างหาก จิตใจยังคงไม่ผ่อนพักจากสิ่งที่เครียด ซึ่งก็ดังที่กล่าวไปแล้วว่าไม่จำเป็นที่ต้องดูหนังก็ได้ เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งถ้าหากเป็นผู้ที่คิดหาทางเองได้ คลายปมออกได้เองเสมอ จะเข้าใจได้ในทันทีว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างล้วนต้อง “ผ่าน” มันไป แต่ว่าในช่วงการ “ผ่าน” นี้เองมันอาจยากเย็นแสนเข็ญ โดยในด้าน “ความประพฤติปฏิบัติ” เพื่อหาทางออกในสภาวะเครียดนั้นอาจยาก นั่นก็ส่วนใดส่วนหนึ่ง

เช่นไรก็จะต้อง “ผ่าน” ทาง “ความนึกคิด” ให้ได้ก่อน แล้ว ความประพฤติ กระบวนการไขปัญหา หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เลยจะตามมา บทความดีๆเนื้อหานี้ตั้งมั่นจะให้ ช่วยผ่านทางความนึกคิดนี้เอง เนื่องจากว่าเมื่อใดก็ตามเราเครียด เราอ่อนแรง เรามองไม่เห็นทาง ก็จำต้องมองทางอื่นเอาบ้างก่อน การมองทางอื่นนั้น ไม่จำเป็นที่ต้องเกี่ยวกับการพยายามมองหาทางออกเสมอไป แต่ว่าเสมอเหมือนการพักสายตาอย่างหนึ่งตามที่บอกไป และบางคราวมันก็แค่อยากเวลาชั่วช้าอึดใจสำหรับในการผ่านสภาวะทางความนึกคิดจิตใจนั้น

ราว 2 ชั่วโมง ที่หยุดไปดูหนัง มันก็บางทีอาจพาพวกเราผ่านไปได้อย่างอัศจรรย์ จนบางครั้งบางคราวจะรู้สึกว่า เราเครียดเพราะเหตุใดกัน? เสมือนหลายๆเรื่องในชีวิตที่เพียงพอผ่านมาได้ พวกเราหันไปมองดูก็ตลกโปกฮากับมันได้ นี่ล่ะ เมื่อเครียดที่สุด ทดลองหยุดไปดูหนัง ครั้งคราวหนังบันเทิงใจ หนังให้สาระ หนังได้คำตอบ หนังพาข้ามเวลาไป เมื่อนั้นมันไปต่อได้เอง ก็จำเป็นต้องทดลองกันดู

ขณะนี้หากแม้ผมจะไม่ต้องเจอภาวะ เครียดที่สุด ก็ยังถูกใจดูหนังอยู่ เพราะเหตุว่ามันดีมากยิ่งกว่าการดูอย่างอื่นมาก ไม่ว่าจะเป็นข่าว.. Social.. หรือเรื่องผู้อื่น ยิ่งมองมากเกินความจำเป็น ยิ่งเป็นสิ่งก่อความตึงเครียดได้โดยไม่จำเป็น คิดราวกับผมไหมขอรับ เขียนจบแล้วไปหาหนังมองกันเลยดีกว่า..…